วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ออกอาการหวง "ชาคริต" ไม่อยากให้ "เพชร" เข้าวงการ บอกขอเห่อคนเดียว

“ชาคริต” แจงสัมพันธ์ “เพชร” ไปได้ดีเรื่อยๆ บอกอยากให้เวลากับแฟนสาวให้มากที่สุด แม้ตนยุ่งกับการถ่ายละคร เผยไม่อยากให้รับงานในวงการมากเพราะตนอยากจะเอาไว้เห่อคนเดียว ลั่นกับคนนี้ตนเต็มร้อยสุดๆ

ตั้งแต่มีคนรัก ใหม่เป็นสาวไฮโซทายาทดีแทคอย่าง “เพชร บุญญาภรณ์ เบญจรงคกุล” ดูเหมือนพระเอกหนุ่ม “ชาคริต แย้มนาม” จะแจ่มใสร่าเริงเป็นพิเศษ แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะถูกตั้งฉายาให้เป็น “พระเอกไม้เลื้อย” เพราะประวัติความรักกับสาวมากหน้าหลายตา ทำให้เจ้าตัวถูกมองว่าเป็นหนุ่มเจ้าชู้ และไม่ว่าจะประกาศตัวคบกับสาวคนไหนความสัมพันธ์ก็มักจะไม่ค่อยยืดยาวสักเท่า ไหร่

แต่พอคราวนี้คบกับสาว “เพชร” ดูพระเอกหนุ่มจะจริงจังเป็นพิเศษ แม้จะดูไม่ค่อยหวานสักเท่าไหร่ แต่ก็เพิ่งมีภาพหลุดสวีทย้ำความสัมพันธ์ที่ยังแนบแน่นออกมา แถมหนุ่ม “ชาคริต” ยังออกแนวหวงแฟนสาวอีกต่างหาก เพราะพอโดนถามว่ามีการติดต่อทาบทามให้สาว “เพชร” มาเล่นละครหรือรับงานคู่กันบ้างรึเปล่า เจ้าตัวรีบตอบว่าคงไม่มีงานในลักษณะนั้น ตนขอเห่อคนเดียวพอแล้ว

“ให้ เขามาเล่นละครเหรอ ไม่มีหรอกครับ อย่าเลย เราเห่อคนเดียวพอแล้ว(หัวเราะ) คิดว่าเขาก็คงไม่รับหรอกครับ เพราะเขาสนใจในเรื่องอื่นๆ มากกว่าคงไม่ใช่กับตรงนี้ แต่ว่าอย่างตอนนี้ในเรื่องของพวกงานสังคม หรือถ่ายหนังสือของผู้ใหญ่หรือรุ่นพี่ที่เขาให้เกียรติก็มีบ้าง"

" แต่จะเข้าไปเต็มๆ ผมคิดว่าคงไม่นะ งานคู่ก็คงยังครับ ก็มีติดต่อเข้ามาบ้างมั้ง แต่ผู้จัดการเขาก็คงจะดูให้ แล้วก็ดูด้วยว่าเวลาเขาก็คงไม่ใช่ว่าจะว่างอะไรขนาดนั้น ก็คงยังไม่มีหรอกครับ มันยังเขินๆ อย่าเพิ่งดีกว่าครับ(หัวเราะ) ครั้งนี้เต็มร้อยมั้ย ก็เต็มสิครับ”

บอกอีกฝ่ายรับได้หลังต้องเปิดตัวมากขึ้น
“ตอน นี้เขาก็โอเคขึ้นแล้วตั้งแต่เริ่มมีข่าวกันมา เพราะเขาก็รู้อยู่แล้วว่าชีวิตมันต้องเป็นยังไง เขาก็รับได้ มันก็อยู่ที่คนสองคน อยู่ที่ความเป็นเรา ความเป็นเขาล่ะครับ ก็ต้องเข้าใจกันด้วย เพราะถ้าไม่เข้าใจกันก็คงลำบาก ผมก็โชคดีด้วยที่เขาค่อนข้างเข้าใจ"

"แต่เวลาไปไหน ด้วยกันผมก็เดินดุ่มๆ ไม่ได้มองรอบข้างว่ามีใครสนใจเราบ้าง แต่ก็เชื่อว่าคงไม่ได้มีใครสนใจเยอะขนาดนั้นหรอกมั้ง เพราะมาถึงก็ดูหนัง กินข้าวปกติ บางทีก็มีไปกับครอบครัวเขาบ้างครับ เพราะบางทีคุณแม่เขาก็ชวนไป เราก็ไป”

เจ้าตัวยอมรับแม้เวลาที่มีให้กันจะน้อย แต่ต่างฝ่ายต่างก็พยายามเจอกันให้มากที่สุด
“เขา ก็มีไปเข้ากองบ้าง เพราะว่าผมทำงานเยอะ แล้วเขาว่างเราก็ต้องหาเวลาเจอกับเขา อย่างถ้าเวลาผมยุ่งแบบนี้เขาก็เลยหาเวลามาเจอเราบ้าง วันนึงแป๊บนึงก็ยังดี ซึ่งผมว่ามันเป็นการดี เพราะถ้าต่างคนต่างไม่ว่างไม่ใส่ใจในเรื่องการไม่จัดเวลาอย่างนี้มันก็ ประหลาด มันก็ไม่ต้องเจอกันเลยสิถ้างั้น ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะจัดการเวลาได้มันก็เป็นความรู้สึกทางใจให้กันมันก็ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร”

“เขาไว้ใจมั้ย ก็ดีครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ คุณพ่อคุณแม่เขาก็น่ารักมาก ไม่ได้ถึงขนาดต้องมีเคอร์ฟิวเวลากลับบ้านซะขนาดนั้น เราก็ไม่ถึงกับลากยาวเลย เราก็รู้จักอะไรที่มันเป็นความพอดีอยู่แล้ว เพราะเราเองก็ต้องนอนพัก ไม่ใช่ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกมั้ง ก็ต้องดูแลให้มันดีด้วย เราก็ต้องพักผ่อนเหมือนกัน”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น